วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ตัวอย่างการสอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ

http://fws.cc/kankhom/index.php?topic=531.0

สอบสัมภาษณ์อย่างไร  .....ให้ชนะใจกรรมการ    (ตอนที่  2 
  สิ่งที่นักเรียนต้องเตรียมตัวก่อนการสอบสัมภาษณ์คือ
      1. เตรียมแฟ้มสะสมงานของตนเองให้พร้อม (Portfolio)
เอกสารเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว,  ประวัติการศึกษา, ผลงานที่เคยได้รับ โดยแบ่งออกเป็นด้านต่างๆ (เช่น ด้านวิชาการ  ด้านความเป็นผู้นำ ด้านศีลธรรมและจริยธรรม ด้านพัฒนาชุมชนและสังคม ด้านวัฒนธรรม  ตลอดจนด้านกีฬา เป็นต้น),  และรวมภาพกิจกรรมต่างๆที่เคยร่วมในช่วงที่ศึกษาอยู่ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
      2. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคณะ และมหาวิทยาลัยที่ตนต้องไปสอบสัมภาษณ์
            เช่น สีหรือต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย หรือคณะ,  ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัย ตลอดจนตรามหาวิทยาลัย เป็นต้น
      3. เตรียมบทสอบสัมภาษณ์
            เตรียมคำตอบสำหรับคำถามทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่คิดว่าคณะกรรมการการสอบสัมภาษณ์น่าจะถาม 
 
คำถามที่น่าจะถามในระหว่างการสอบสัมภาษณ์
 
            
อย่าลืมทักทายคณะกรรมการการสอบสัมภาษณ์ด้วยการกล่าวสวัสดีพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจหวานๆ  เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจในตัวเราให้เกิดขึ้น  ตลอดจนอย่าลืมก้าวย่างเข้าห้องสอบสัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจ  และฝึกคำพูดจาที่แสดงให้คณะกรรมการเห็นถึงความหลักแหลมในสติปัญญาของเรา  คำถามต่อไปนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ
 
              1.  Please introduce yourself. / Could you please introduce yourself  briefly?   (กรุณาแนะนำตัวเอง)
  แนวการตอบ    การแนะนำตัวเองก็เพียงแสดงให้ผู้สัมภาษณ์รู้ว่าเราเป็นใคร มาจากไหน  ไม่จำเป็นต้องบอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเรามากจนเกินไป
                2. Why do you choose to study this major? / What’s your reason why you  choose to study this major? (ทำไมถึงเลือกเรียนสาขานี้)
แนวการตอบ    จะต้องสอดคล้องกับข้อมูลที่เราได้ตระเตรียมมา  ถ้าหากเราไม่ได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรมาก่อนว่า มีสาขาที่เปิดสอนอะไรบ้าง  และจะต้องเรียนอย่างไร อาจจะทำให้การตอบคำถามในข้อนี้เกิดความผิดพลาดได้  ผู้สัมภาษณ์จะเห็นว่าเราไม่มีความพร้อมที่จะเรียนในหลักสูตรนี้  ทั้งๆที่เราจะเข้าเรียนในสาขานี้ในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว ดังนั้น  เราควรตอบให้สอดคล้องกับคำถามในเรื่องการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์  และแรงจูงใจที่จะศึกษาในสาขาดังกล่าว
           3. How do you know ______________ University? And why do you want to study in  this institute?
 
(
รู้จักมหาวิทยาลัย..........  ได้อย่างไร และทำไมถึงต้องการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้)
แนวการตอบ    คำถามนี้ต้องการคำตอบที่แสดงให้เห็นถึงทัศนคติเกี่ยวกับหลักสูตรและสถาบันในเชิงบวก  นั่นหมายความว่า หลักสูตรหรือสาขาที่จะเข้าศึกษาต่อนั้นดีและมีประโยชน์อย่างไร  มหาวิทยาลัยที่เราสอบนั้นดี และมีชื่อเสียงด้านใดบ้าง ทั้งนี้  เราควรตอบในเชิงยกย่องสถาบันนั้นๆ
            4. After your graduation, what would you like to be / do in the future? (เมื่อจบปริญญาตรีสาขานี้ไปแล้ว  คิดว่าจะทำงานด้านใด)
  แนวการตอบ    จะต้องตอบในทางที่สามารถนำเอาความรู้ที่ได้จากที่เรียนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด  ต้องเตรียมเหตุผลมาสนับสนุนให้กลมกลืนกันระหว่างการปฏิบัติงาน  กับการนำความรู้ที่เรียนมาไปประยุกต์ใช้ ถึงแม้ว่า  อนาคตเราอาจจะไม่ได้ทำงานตามที่เราได้เรียนมาก็ตาม  หรือว่าเราอาจยังไม่มีอาชีพที่เราอยากทำ ณ ตอนนี้ก็ตาม
 5.  How will you apply what you have learned from the university to help  you with your career after graduation?
 (จะนำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปใช้ประโยชน์ในงานที่จะเข้าทำได้หรือไม่อย่างไร)
 6. What is  your special ability, your interest, and your personality? (นักเรียนมีความสามารถพิเศษ  ความสนใจ ตลอดจนบุคลิก ลักษณะส่วนตัวเช่นไร)
 7. Do you  know anything about this major / faculty? And how?  (นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับคณะ หรือสาขาที่เรียนหรือไม่ อย่างไร)
 8. Have you  ever studied in any academic tutorial institutes? (นักเรียนเคยไปเรียนติวกับสถาบันต่างๆ  ก่อนเข้าสอบหรือไม่)
 9. How did  you prepare yourself for the examination? (นักเรียนมีการเตรียมตัวในการสอบเข้าอย่างไรบ้าง)
แนวการตอบ    ต้องตอบว่า  เรามีการวางแผนการเตรียมตัวอ่านหนังสือ การลองทำข้อสอบ  การติดตามข่าวสารการรับสมัครอย่างไร และปรึกษาใครบ้าง การเข้าเว็บบอร์ด  ของมหาวิทยาลัยเพื่อสอบถามข้อสงสัยหรือติดตามข่าวเป็นประจำ (อย่าตอบว่า  เห็นเพื่อนเข้าก็อยากเข้า ไม่ได้มีการเตรียมตัวอะไรมากแล้วแต่ดวง เหล่านี้เป็นต้น)
10. Do you  have any financial problems?   (นักเรียนมีความพร้อมในเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการเรียนตลอดหลักสูตรมากน้อยเพียงไร)
 11. Due to  the long distance, do you think you are able to study here? (นักเรียนคิดว่าตัวเองจะเรียนที่นี่ไหวหรือไม่ เนื่องจากระยะทางที่ไกลจากภูมิลำเนา)
แนวการตอบ    ต้องตอบในแนวทางที่ว่าเราสามารถเรียนที่นี่ได้  แม้ว่าระยะทางจะไกลกว่าบ้านที่เราอาศัยอยู่ ต้องแสดงให้เห็นว่า  เราอยากเรียนที่นี่จริงๆ ไม่มีอะไรที่ทำให้เราไม่อยากเรียน  (อย่าไปตอบในทางที่ว่าไม่แน่ใจจะได้หรือเปล่า อาจจะลองดูก่อน
 เป็นต้น)
 หมายเหตุ       เมื่อเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ น้องๆ  ควรจะกล่าวขอบคุณและสวัสดีกรรมการคุมสอบด้วยนะคะ  (แน่นอนค่ะ.....พร้อมรอยยิ้มหวานๆ  เหมือนเดิม)
 ****************
1.มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีชื่อย่อว่า สวนนัน
2.
ที่สวนสุนันทาถ้ามีใครถามนักศึกษาว่า แม่ชื่ออะไร?” นศ.ทุกคนจะไม่ตอบชื่อแม่ตัวเอง แต่จะตอบว่าสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์พระบรมราชเทวีซึ่งเป็นชื่อของพระมเหสีของรัชกาลที่5ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ซึ่ง นศ.ทุกคนนับถือว่า เป็นแม่
3.
คำว่าสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์พระบรมราชเทวีนักศึกษาปี1ทุกคนต้องท่องจำให้ขึ้นใจตั้งแต่วันเข้าสอบสัมภาษณ์ ในวันแรกเพราะจะเป็นคำถามในการสอบสัมภาษณ์ด้วย
4.
ในสวนสุนันทามีอาคารเก่าตั้งแต่สมัยรัชการที่ 5อยู่ที่คณะศิลปกรรม
5.
ว่ากันว่าใครที่ไปเตะบอลพลาสติกที่ลานหอพระ ที่หน้าหอประชุมใหญ่หรือเรียกว่า ตึก MASS จะได้เกรด D ในวิชานั้น
6.
สมัยก่อนในมหาวิทยาลัยจะมีคลองที่เชื่อมต่อไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาได้
7.
สระน้ำที่สวนสุนันทาจะมีสีเขียว และมีเต่าและปลาดุกอาศัยอยู่
8.
พื้นที่ 1 ใน 5 ของมหาวิทยาลัยเป็นคลอง
9.
อาคารในหมาวิทยาลัยมีตั้งแต่ตึก 11 – 57 แต่จริงๆแล้ว มีเพียง27ตึก
10.
ที่ตึกคณะครุศาสตร์ติดกับริมสนามฟุตบอลโดยไม่มีอะไรขั้นเมื่อพ้นจากริมสนามหญ้าในสนามก็เป็นทางเดินและประตูหน้าห้องเรียนเลย
11.
สนามฟุตบอลที่สวนสุนันทาเท่ากับครึ่งของสนามฟุตบอลมาตรฐานทั่วไป
12.
จำนวนนักศึกษาที่สวนสุนันทาจะเป็น นศ.หญิง มากกว่า นศ.ชาย ในสัดสวนประมาณ 1:3 ทุกปี
13.
สมัยก่อนที่สวนสุนันทาจะรับแต่ นศ.หญิง
14.
ว่ากันว่าบุคลากรในสวนสุนันทาตั้งแต่ อธิการ อาจารย์ นศ.จนถึงภารโรงเป็น ข้าราชบริภารรับใช้ในรัชกาลที่5มาอยู่ร่วมกันพูดง่ายๆคือตายแล้วเกิดใหม่มาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอีกในรั้วของสวนสุนันทา
15.
ในสวนสุนันทามีเนินดินลักษณะคล้ายภูเขาอยู่เรียกว่าเนินพระนางหลายคนบอกว่า เป็นหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลก
16.
ในช่วงสอบจะมีการไหว้แม่ด้วยดอกกุหลาบสีชมพู
17.
การที่จะไหว้พระนาง ต้องไหว้ด้วยดอกกุหลาบสีชมพูและถวายก่อน11โมงเช้าเท่านั้น
18.
ปี2545-2546 เคยมีการเรียนMASS แบบ E-Learning มีการให้นศ.ทำข้อสอบผ่านทาง Internetได้ตลอด24ชั่วโมงที่ไหนก็ได้ โดยไม่มีการคุมสอบเป็นคะแนนเก็บ10คะแนน เรียกว่าสอบกระตุ้น โดยเมื่อ Loginแล้วจะ runข้อสอบไปเรื่อยข้อละ 30 วินาทีโดยไม่หยุดจนถึงข้อสุดท้าย
19.
ที่คณะวิทยาการจัดการมีโปรแกรมวิชาบัญชีและบริหารธุรกิจเอกการบัญชีเปิด รับพร้อมกันซึ่งเรียนเหมือนกันแต่แยกกันคนละห้อง
20. Boom
ของโปรแกรมวิทย์ คอม มีว่า C-O-M-P-U-T-E-R computer
21.
นศ.ปี4ของเอกการท่องเที่ยวจะใส่เครื่องแบบสูทสีกรมท่าและเนคไทค์สีแดง
22.
อาคารที่เก่าและโทรมที่สุดคือ ตึก37 เป็นตึกอธิการบดี
23.
ที่บริเวณวังเก่าของเอกดนตรีและนาฏศิลป์เคยมีร้านอาหารชั่วคราวที่ เรียกว่าซุ้มโค้ก เพราะมีการเอาผ้าใบรูปโค้ก(Coca-Cola)มาทำซุ้มและมีนกพิราบอาศัยอยู่เยอะ มากแต่ถูกรื้อถอนไปหลังจากข่าวไข้หวัดนก
24.
สวนสุนันทามีโรงเรียนสาธิตสวนสุนันทาทั้งประถมและมัธยมแต่นศ.คณะครุศาสตร์บางคนเท่านั้นที่ได้ไปฝึกสอนที่นั่น
25.
ตึกที่นศ.ทุกคนรู้จักมากที่สุดคือ ตึก35คณะมนุษย์เพราะนศ.ทุกห้องต้องมีเรียน
26.
ตึกที่ลึกลับที่สุดคือ ตึกภาควิชาเทคโนโลยีการพิมพ์
27.
ที่สวนสุนันทาไม่มีการเลือกเรียนวิชาเสรีและส่วนมากไม่ได้เรียนวิชาพละศึกษาทุกชนิดกีฬา
28.
ก่อนเข้าห้องสมุดต้องตรวจบัตรนักศึกษา
29.
ว่ากันว่าที่ เอกบริหารธุรกิจ ใครติด I จะย่อมากจาก I love u.
30.
เวลาเรียนรวมในห้องประชุมใหญ่(เรียนMASS)ถ้าใครหลับจะถูกแอบถ่ายVDOขึ้นจอบรรยายภาพ
31.
เมื่อได้ยินเพลงร่มโพธิ์ทอง ทุกคนจะหยุดและยืนขึ้น
32. นอกจากตราราชภัฎแล้ว ยังมีอีกตราหนึ่งคือเข็มรูป ส.เสือสีแดงซึ่งนศ.หญิงยังนิยมใช้กันอยู่
33.
ประตูแม็ค คือประตูด้านถนนสามเสนซึ่งหน้าประตูมีร้าน McDonal อยู่
34.
ที่สวนสุนันทามีทางเข้า-ออก 5ประตูแต่ถูกปิด1ประตูคือประตูที่สามรถเข้าไปยังราชภัฎสวนดุสิตได้ แต่ไม่เคยมีนศ.รู้ว่าอยู่ที่ใหน (อยู่ ข้างตึกนิเทศฯไง ติดกับรั้วสวนดุสิต แต่ถูกปิดตายไปแล้ว)
35.
พี่ว้ากเกอร์ที่โปรแกรมบริหารจะเป็นคนที่ร่าเริงแต่ต้องเก็บกดไว้จน ถึงวันบายศรี
36.
รุ่นพี่ปี2-4โปรแกรมบริหารธุรกิจโดยเฉพาะพี่ว้ากจะถูกเพื่อนๆจับโยนลงสระ น้ำหน้าคณะวิทยากาจัดการในวันบายศรีสู่ขวัญน้องปี1ทุกปี
37.
การแก้บนถ้านศ.เห็นเต่าในสระน้ำจะต้องวิ่งรอบบ่อหรือไม่ก็ Boom ให้เต่าฟัง
38.
ครั้งหนึ่งฝ่ายกิจการนักศึกษาเคยออกกฎให้สามรถรับน้องได้แต่ห้าม Boom
39.
ตึกนิเทศศาสตร์และตึกมนุษยศาสตร์มีลิฟต์ แต่ห้ามใช้ตอนกลางคืน
40.
อาหารที่ขึ้นชื่อที่สวนสุนันทาคือ หมูปิ้ง ผักทอด และไอติมหลอดแต่จะขายอยู่ริมกำแพงของมหาลัยฝั่งถนนราชวิถี
41.
อาณาเขตของสวนสุนันทาจะมีกำแพงสีแดงล้อมรอบและไม่สามารถรื้อถอนได้เพราะถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
42.
เต่าและปลาที่อยู่ในสระน้ำตรงตู้ ATM บริเวณร้านถ่ายรูปในมหาลัยชอบกินไอติม เพราะมีรถไอติมมาขายอยู่บริเวณนั้น
43.
ที่สำนักวิทยบริการหรือห้องสมุดสามารถยืมหนัง Holywood เรื่องต่างๆมา ดูได้ฟรี
44.
การยืมหนังสือครั้งแรกนอกจากจะต้องให้บัตรนศ.แล้วจะต้องใช้ใบลง ทะเบียนและสแกนนิ้วมือ
45.
โรงแรมแก้วเจ้าจอมมีอยู่ในมหาวิทยาลัยและให้บริการเหมือนโรงแรมทั่วไปแต่ไม่มีใครรู้จัก
46.
พื้นที่ที่สวนสุนันทามีลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีถนนตรงยาวสามรถเดินผ่านได้ทุกคณะ
47.
สวนสุนันทาติดกับสวนดุสิตและห่างกันประมาน 70 เซนติเมตรคือความหนาของกำแพง
48.
โปรแกรมวิชาบริหารธุกิจมีจำนวนนักศึกษามากที่สุดแต่ไม่มีคณะบริหารธุรกิจ
49.
สัตว์ที่พบบ่อยที่สุดนอกจากเต่าและปลาดุกคือ กระรอกและอีกา
50.
นศ.ปี1 จะถูกบังคับให้แต่งกายถูกระเบียบ100% ในเทอมแรกแต่ปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ1เดือนหรือจนกว่าบายศรีสู่ขวัญ
51.
ตึกคณะมนุษย์มีทั้งหมด 6 ชั้นแต่มีลิฟทืไปถึงแค่ชั้น
4
ใครจะขึ้นต่อให้เดินต่อเอา
52.
ศูนย์หนังสือสวนสุนันทาอาจกล่าวได้ว่าเป็นศูนย์หนังสือที่เล็กที่สุดในบรรดามหาลัยเด็กที่นี่บางคนเรียก สหกรณ์
53.
บริเวณร้าบเบเกอรี่ข้างๆสระน้ำฝั่งประตูแมค อดีตเป็นโต๊ะนั่งของเอก BE และ เอกท่องเที่ยว ซึ่ง นศ.รุ่นหลังๆเข้ามาคงไม่ทันเห็น
54.
สระว่ายน้ำตรงประตูทางเข้าฝั่งถนนราชวิถีเคยมีคนนอกเข้าใจผิดว่าสวนสุนันทาจะสร้างหอพักนักศึกษา
55.
ตึก 35 ชั้น 5 เดิมเคยเป็นห้องคอมสำหรับคนที่เรียน MASS แต่ปัจจุบันย้ายไปตึกอื่นแล้ว
56.
ในสวนนัน คุณจะเห็น นศ.บางกลุ่มใส่โจงกระเบนสีแดงเดินทั่วมหาลัยไม่ต้องแปลกใจ พวกเขาเป็นเด็กโปรแกรมนาฎศิลป์
57.
องค์การนักศึกษาในสวนสุนันทา มองดูผิวเผิน เหมือนบ้านคนเนื่องจากเป็นตึกเก่าทรงดูโบราณๆ
58.
นศ.ภาคสมทบ ส่วนใหญ่จะหน้าตาดีกว่าภาคปกติ และดาว-เดือน บางคณะไม่เน้นหน้าตา แต่เน้นความกล้า โชว์บ้าพลัง
59.
แถวตึกบริหารจะมีสถานที่ที่ นศ.พากันเรียกว่า "สามแยกปากหมา"เป็นบริเวณที่ นศ.หญิงหลายๆคนไม่อยากเดินผ่าน
60.
ร้านอาหารยอดอิตของเด็กสวนนันทางฝั่งถนนสามเสนนอกจากแมคแล้วก็คือ ร้านบะหมี่เกี๊ยวซอยวัดราชา
เอ้า! ลูกพระนางทั้งหลาย จริงไหม๊........
เทคนิคในการสอบสัมภาษณ์เข้าเรียนมหาวิทยาลัย  
คิดว่าคงมีหลายคนแล้วที่ทราบผลการคัดเลือกในการสอบตรงบางมหาวิทยาลัยแล้ว และที่สำคัญจะต้องไปสอบสัมภาษณ์ เพื่อทราบผลครั้งสุดท้าย ดังนั้นสิ่งที่นักเรียนควรจะศึกษาเป็นอย่างยิ่งก็คือการเตรียมตัวเพื่อการสอบสัมภาษณ์และเทคนิคการสอบสัมภาษณ์ เราเดินทางมาใกล้ถึงฝั่งแล้ว จะยอมแพ้ได้ง่ายๆ หรือ จริงไหมคะทีนี้มาลองศึกษาเทคนิคการสอบสัมภาษณ์ ด้วยกันนะคะ
เทคนิคการสอบสัมภาษณ์มีดังนี้ค่ะ
1.การเตรียมตัวก่อนวันไปสัมภาษณ์- เตรียมเอกสารส่วนตัวให้เรียบร้อย จัดลงในแฟ้มสะสมผลงาน หรือ PORTFOLIO ให้เป็นระบบ ตัวอย่างเอกสาร เช่น ประวัติส่วนตัว ประวัติการเรียน ผลการเรียน การร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน การประกวดแข่งขัน ผลงานและรางวัลต่าง ๆ รูปภาพ ฯลฯ
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย คณะ และสาขาวิชาที่สมัครเข้าศึกษา รวมทั้งติดตามข่าวสารความรู้ทั่วไปในปัจจุบัน
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ไปสัมภาษณ์ การเดินทาง ระยะทาง ตึก-ห้องที่จะสัมภาษณ์ ควรจะเผื่อรถติดด้วย
- พักผ่อนให้เพียงพอ ควรงดการรับประทานอาหารรสจัด
- อย่าลืมเตรียมปากกาไปด้วย 
2. วันสอบสัมภาษณ์
- แต่งกายเครื่องแบบนักเรียนที่สะอาด เรียบร้อย นักเรียนชายผมสั้น นักเรียนหญิงถ้าผมยาวให้รวบผมติดกิ๊บให้เรียบร้อย ไม่แต่งหน้า ไม่ใส่น้ำหอม และไม่ใส่เครื่องประดับใดๆ นอกจากนาฬิกา
- รับประทานอาหารเช้า ทำภารกิจส่วนตัวให้เรียบร้อย
- ไปถึงห้องสอบก่อนเวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที เข้าห้องน้ำ นั่งรอหน้าห้องด้วยความสบายใจ ไม่คุยเสียงดัง ไม่เล่น ให้นั่งรอเรียกชื่อด้วยความสงบ ถ้าตื่นเต้นให้หายใจยาวๆ
- ปิดโทรศัพท์มือถือ 
3. การเข้ารับการสัมภาษณ์
- เมื่อถูกเรียกชื่อให้เดินไปด้วยอาการสงบ ไม่ต้องตื่นเต้นมาก คิดว่าเราทำได้
- ถ้ามีประตูให้เคาะประตูก่อน ถ้าไม่มี ให้เดินไปที่หน้าโต๊ะกรรมการสัมภาษณ์ และไหว้ด้วยท่าทีที่อ่อนน้อม กรณีที่มีผู้สัมภาษณ์หลายคนให้ทำความเคารพครั้งเดียว โดยยืนตำแหน่งตรงกลางหน้าโต๊ะกรรมการ
- นั่งลงเมื่อกรรมการบอกให้นั่ง พร้อมทั้งกล่าวคำขอบคุณ ให้นั่งด้วยท่าทีที่สุภาพ ไม่นั่งไขว่ห้าง กระดิกขา หรือโยกตัว ให้ประสานมือไว้ข้างหน้า สบตาผู้สัมภาษณ์ (ไม่จ้องตานะคะ)
- ตอบคำถามด้วยความมั่นใจ มีน้ำเสียงที่ดังพอสมควรไม่ค่อยเกินไป
- ภาษาที่ใช้ควรจะเป็นภาษาที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่พูดภาษาไทยคำอังกฤษคำ ไม่ใช้ศัพท์เฉพาะของวัยรุ่น ควรจะลงท้าย ค่ะ ครับทุกครั้งที่ตอบคำถาม
- การแสดงความคิดเห็นควรจะเน้นความมีเหตุผล ไม่มีอคติหรือตอบในแง่ลบ
- ไม่ถ่อมตนจนเกินไป ไม่คุยโอ้อวดหรือแสดงความมั่นใจจนเกินไป นอกจากเป็นคำถามที่ตนเองมีความชำนาญเฉพาะด้าน เช่น มีทักษะด้านหุ่นยนต์ หรือ ดนตรีไทย ก็สามารถอธิบายได้ด้วยความมั่นใจ
- คำถามบางคำถามอาจจะตอบไม่ได้ ไม่ต้องตกใจ ให้บอกว่าไม่ทราบ แล้วจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติม (แต่ไม่ใช่ไม่ทราบทุกคำถามนะคะ) 
4. การยุติการสัมภาษณ์
- เมื่อสิ้นสุดการสัมภาษณ์ให้ทำความเคารพกรรมการผู้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีที่อ้อนน้อม เป็นอันเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ค่ะ คราวนี้ก็รอลุ้นการประกาศรายชื่อนะคะ 
5. คำถามหรือคำพูดที่มักจะพบในการสอบสัมภาษณ์
- ไหนลองแนะนำตัวหน่อยสิครับ
- ทำไมถึงเลือกเรียน สาขาวิชา คณะ และมหาวิทยาลัยนี้
- ทราบไหมว่าสาขาวิชานี้เรียนเกี่ยวกับอะไร
- คิดว่าสาขาวิชาที่เลือกเมื่อจบแล้วจะประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง
- คิดว่าตนเองเหมาะสมกับสาขาวิชานี้อย่างไร
- บางท่านอาจจะถามข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดที่เราอยู่ เช่น ชื่อผู้ว่าราชการจังหวัด คำขวัญของจังหวัด จุดเด่นของจังหวัด ฯลฯ
- ชอบ/ไม่ชอบวิชาอะไร
- อนาคตอยากจะประกอบอาชีพอะไร
- ให้พูดถึงข้อดี/ข้อเสียของตนเอง
- ถ้าเป็นสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับภาษา หรือแผนการเรียนที่นักเรียนเรียนจบมา อาจจะมีการสัมภาษณ์เป็นภาษานั้น หรือ ให้พูดภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส หรือ เยอรมัน ให้ฟัง เป็นต้น
- บางครั้งอาจจะมีคำถามยั่วยุ หรือสบประมาท ให้ตอบคำถามด้วยความใจเย็น และมีเหตุผล และที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าสถานะการณ์การสัมภาษณ์จะกดดันความรู้สึกอย่างไรก็ขอให้นักเรียนยิ้มไว้เป็นดีที่สุดค่ะ
หวังว่าคงสร้างความมั่นใจในการสอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยนะคะ
ของเราสอบสัมภาษณ์เกือบครึ่งชั่วโมงเลย  นานมากกกกกก

ถามประมาณว่า
- ทำไมอยากเรียนที่นี่+คณะนี้
รู้จักที่นี่ได้ยังไง
- อยากประกอบอาชีพอะไร
- แล้วตามความเข้าใจของเรา อาชีพที่คุณอยากเป็นนั้นเรียนเกี่ยวกับอะไร
- แล้วรู้มั๊ยว่าคณะนี้เรียนเกี่ยวกับอะไร
-แล้วทำไมไม่เลือกมหาวิทยาลัยอื่น

เราจำได้แค่นี้อ่ะ  สู้ ๆ ล่ะกันจ้า


อ่านต่อ :
อย่างแรกเลย 

เตรียมท่องพวก Introduce ก่อนเลย

เพราะเป็นอย่างแรกที่เค้าจะให้พูด

ถ้าค่าเทอมของคณะนั้นมันค่อนข้างสูง

เค้าอาจจะถามเกี่ยวกับ  อาชีพพ่อแม่  เงินเดือนเท่าไหร่

แล้วก็อาจจะถาม ทำไมถึงอยากเรียนที่นี่ ก็เตรียมคำตอบดีๆไว้ด้วยละ

อ่านต่อ :
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1587224#ixzz1MOH5LVbb
To M.Meng

I would suggest that you be yourself. In addition, answer them what you really think about the questions you'll be asked. It's noteworthy to realise that you can reply them slowly as English is not your first language. (Hopefully, I think the interviewers will understand)

I'm quite sure that you will first be questioned about your background. Also, they will ask you why you choose to further study there. More importantly, as mentioned in a reply above, you'll be asked about current issues which are related to your field of study. In order to do well in this part, you have to know a lot of information. They may also ask you to analyse the topic, and so on... At that moment, do not be panic. As I told you, answer what you think and everything will be fine (hopefully, again, 555++).

Furthermore, you may be asked about the religion. For this, I was asked how frequently I go to the temple and take part in religious activities. Also, I was asked to explain them one sermon of Lord Buddha.

I wish you a fine interview.

All the best,
ahimhaha

อ่านต่อ :
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1587224#ixzz1MOHCxd8G
สอบสัมภาษณ์จะใช้เวลาประมาณ3-10นาที แล้วแค่คน ถามเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย เราก้อต้องตอบเป็นภาษาอังกฤษ
คำถามที่เค้าจะถามประมาณว่า  ทำไมถึงอยากมาเรียนที่นี้    จดไว้เลยคำถามนี้โดนถามแน่100%


อ่านต่อ :

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1587224#ixzz1MOHTkKFw
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1587224#ixzz1MOGum2zU

2 ความคิดเห็น:

  1. เจ๋งง ง ขอบคุณมากคะ่ ช่วยได้เยอะเลยย ย ^^

    ตอบนำออก
  2. ขอบคุณเจ้าของข้อมูลมากๆครับ
    ฝึกผมได้เยอะเลย

    หากมีข่าวดี ผมจะมาบอกนะครับ

    ขอบคุณมากๆครับ

    ตอบนำออก